pic pic pic pic pic pic

ศิลปะบำบัด (Art therapy)

โดยงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายบริหารทั่วไป กลุ่มอำนวยการ

 

            แม้ว่าความคิดในการ "ค้นพบตัวเอง" ผ่านทางศิลปะจะเป็นเรื่องที่เก่าแล้ว แต่ความคิดในเรื่อง "ศิลปะบำบัด" นั้น ยังค่อนข้างใหม่ ซึ่งเป็นเวลาหลายปีที่นักศิลปะในทุกแขนงเติบโตเรียนรู้ และแสดงผลงานของตัวเองผ่านทางสื่อของแต่ละคน แต่ในช่วงศตวรรษครึ่งที่ผ่านมา นักบำบัดก็ได้เริ่มหันมาใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการบำบัดรักษา

ผู้รับการบำบัดจากศิลปะบำบัด?

ศิลปะบำบัดนี้ ไม่ใช่เฉพาะสำหรับผู้ป่วยทางจิตเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้กับเด็กวัยรุ่น และผู้ใหญ่ทำกำลังมีปัญหากับการแสดงออกส่วนตัว หรือยังสามารถใช้ได้กับการทำวิจัยการเจริญเติบโตส่วนบุคคลได้อีกด้วย

ศิลปะบำบัด : สองทางหลัก

ทางแรกคือ การเข้าขั้นตอนอย่างละเอียดโดยนักศิลปะบำบัดจะใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ป่วย ให้ค้นพบและดึงบางสิ่งบางอย่างในตัวผู้ป่วยออกมา ศิลปะจะถูกใช้เป็นเครื่องระบายที่ใช้เป็นทางส่งผ่านของอารมณ์ไปยังตัวตนที่แท้จริง จนแสดงออกมาในท้ายที่สุด อิดิธ คราเมอร์ เป็นคนแรกที่คิดเช่นนี้ได้ คราเมอร์ให้การใส่ใจในคุณภาพของการบำบัดรักษาโดยการใช้ศิลปะ และยังใส่ใจในเรื่องคุณภาพของงานศิลปะอีกด้วย

ทางที่สองคือ ไม่ต้องไปกังวลกับขั้นตอนของการทำงานศิลปะ แต่ใส่ใจกับสิ่งที่บุคคลนั้น ๆ แสดงออกมาเมื่อรู้ตัวและไม่รู้ตัว มาร์กาเร็ต นัทเบิร์ก เชื่อว่า นี่เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับศิลปะบำบัด ซึ่งนักศิลปะบำบัดจะใช้ศิลปะให้เป็นเสมือนหน้าต่างที่จะส่องไปยังจิตใต้สำนึกของผู้ป่วยและจากตรงนั้นเอง พสกเขาจะสามารถพบปัญหาที่ผู้ป่วยกำลังประสบจริง ๆ ได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องเสี่ยงที่จะเข้าถึงศิลปะ แต่ในกรณีของเด็ก ๆ ที่ไม่สามารถจะอธิบายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ นี่เป็นทางที่ดีมากในการใช้ศิลปะเป็นสื่อกลาง

ลำดับขั้นตอนของศิลปะบำบัด

การประเมิน

การประเมินเป็นจุดเริ่มต้นของศิลปะบำบัด และจะเกิดขึ้นในช่วงแรกของโปรแกรมที่นักบำบัดได้พบกับผู้ป่วย นักบำบัดจะใช้ประเมินผู้ป่วยว่าเป็นอย่างไร และเพื่อหาข้อมูลที่ต้องการ

การบำบัดในขั้นต้น

สิ่งสำคัญเบื้องต้นในการรักษาคือ นักบำบัดต้องสร้างสัมพันธ์กับผู้ป่วย ซึ่งความสัมพันธ์นี้สำคัญมากที่จะช่วยพัฒนาความไว้เนื้อเชื่อใจกันต่อไป
ซึ่งงานศิลปะชิ้นแรกนี้ จะเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่วางแนวทางสำหรับส่วนที่เหลือทั้งหมดต่อไป นักบำบัดจะต้องทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในขณะที่ทำงานศิลปะชิ้นแรกนี้ ซึ่งอาจจะช่วยโดยการพูดกับผู้ป่วยว่าอย่ากังวลกับการสร้างสรรค์งานศิลปะ แต่ให้ทำออกมาให้เป็นตัวของตัวเอง ลักษณะสำคัญอีกอย่างในผลงานศิลปะชิ้นแรกนี้ คือ การปฏิบัติตอบจากนักบำบัดที่มีต่อผลงานชิ้นแรกของผู้ป่วย

การบำบัดช่วงกลาง

- เป็นเรื่องยากที่จะทราบว่า การบำบัดได้มาถึงช่วงกลางแล้ว แต่ก็สามารถสังเกตได้ โดยเริ่มจากการสังเกตความเชื่อใจกัน ระหว่างผู้ป่วยและนักบำบัด ผู้ป่วยมีการพัฒนาไปใกล้กับจุดประสงค์มากขึ้น ๆ ในช่วงกลางของการรักษานี้ เปรียบเสมือนช่วงเวลาก่อนการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ (ใกล้บรรลุจุดประสงค์) นักบำบัดจะกำหนดทิศทางและขอบเขตทั้งแบบมืออาชีพและแบบส่วนบุคคล ในท้ายที่สุดเชื่อกันว่า การรักษาช่วงกลางนี้ จะทำให้ปัญหาใหญ่ ๆ ของผู้ป่วยได้รับการเยียวยาแล้ว

- มีวิธีการมากมายที่จะนำมาใช้กับศิลปะบำบัดและทำให้รู้ได้ว่า เวลาใดที่นักบำบัดต้องเจอกับงานหนักที่สุด เพราะผู้ป่วยแต่ละรายนั้นก็มีความแตกต่างกันไปซึ่งนักบำบัดต้องเลือกวิธีการที่เหมาะสมลงตัวที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

สิ้นสุดการบำบัด

- ช่วงท้ายของศิลปะบำบัดนี้นำมาซึ่งคำถามที่ว่า ควรจะทำอะไรกับผลงานศิลปะที่ผู้ป่วยสร้างขึ้นมาระหว่างการบำบัด ซึ่งเป็นคำถามที่มีแฝงอุบายไว้ ในท้ายที่สุดผู้ป่วยควรจะเป็นผู้ตอบคำถามนี้ ผู้ป่วยอาจจะเก็บศิลปะไว้ให้เป็นรูปแบบของความทรงจำที่ได้ทำมา หรือจะมอบให้แก่นักบำบัดเพื่อแสดงถึงความสำคัญของเครื่องมือทางอายุรเวช เพื่อพวกเขาผ่านมา ซึ่งก็มิใช่ว่าจะมีทางเลือกแค่สองทางเช่นนี้ แค่สองทางเลือกนี้เป็นทางเลือกที่ใช้กันมากที่สุด

- สมาคมศิลปะบำบัดแห่งอเมริกา ได้ให้คำจำกัดความคำว่า ศิลปะบำบัดไว้ว่า ศิลปะบำบัดคือ ความช่วยเหลือที่ใช้ประโยชน์จากสื่อศิลปะ ภาพ และกระบวนการสิ่งประดิษฐ์ และการตอบสนองจากผู้ป่วย/คนใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา โดยใช้เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นการพัฒนาความสามารถ บุคลิกภาพความสนใจ ความกังวล และความขัดแย้งในตัวของแต่ละคน

- หวังว่าคุณจะได้เห็นว่า การกำหนดศิลปะบำบัดนั้นเป็นงานที่กล้าหาญ เพราะนี่เป็นสิ่งคิดค้นทางวิทยาศาสตร์ และเป็นสิ่งที่พสกเราเพิ่งได้เริ่มใช้กันไม่นานนัก และการเห็นว่าการให้คำจำกัดความของศิลปะบำบัดนั้นเป็นเรื่องยาก ก็ไม่ได้หมายความว่ารูปแบบการบำบัดนี้จะให้ผลดีน้อยกว่าการบำบัดรูปแบบอื่น ๆ

กลับหน้าแรก